BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

Slider

latest

Slider Right

randomposts6

สกุลเงินดิจิทัล | Cryptocurrency

Cryptocurrency/block-7

เทคโนโลยี | Technology

เทคโนโลยี/block-1

ท่องเที่ยว | Travel

ท่องเที่ยว/block-1

กฎหมายน่ารู้ | LAW

กฎหมาย/block-3

การเงิน | money-transfer

ธนาคาร/block-8

ซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน | Cryptocurrency

Binance/block-9

สุขภาพและความงาม | health

สุขภาพและความงาม/block-2

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้/block-2

บันเทิง คลิปตลก คลิปเด็ด ๆ | Video clip

คลิปวีดีโอ/block-1

ผญา สุภาษิต | Phya Suphasit

สุภาษิต/block-3

อนาคตโลก

อนาคตโลก/block-1

อนาคตไทย

อนาคตไทย/block-3

FEATURED POSTS

Wallet

Latest Articles

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน Bitpay ประกาศสามารถชำระเงินด้วยเหรียญ StableCoins ได้ ไร้แวว USDT


ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินนาม Bitpay ประกาศว่าพ่อค้าแม่ค้าสามารถรับการชำระเงินด้วยเหรียญ StableCoins อย่าง Gemini Dollar (GUSD) และ USD Coin (USDC) เพื่อเป็นการป้องกันการผันผวนของราคาตลาดคริปโต

BitPay ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยได้อธิบายว่ามันจะช่วยให้ร้านค้าใน 190 ประเทศสามารถรับการชำระเงินระหว่างประเทศโดยไม่ต้องเสียเวลาในการทำธุรกรรมและค่าใช้จ่ายที่แพงอีกด้วย

“BitPay จะทำให้การชำระเงินนั้นเร็วมากยิ่งขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และลดค่าทำธุรกรรมด้าน Bitcoin ลดลง” นาย Stephen Pair ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ BitPay กล่าว “และการนำ StableCoins อย่าง USDC และ GUSD จะช่วยให้ลูกค้า BitPay มีทางเลือกในการถือ Bitcoin และ Bitcoin Cash และใช้ StableCoin แทน”

เหรียญ GUSD ได้เปิดตัวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผ่านเว็บเทรดคริปโต Gemini ที่ถูกก่อตั้งโดยสองพี่น้อง Winklevoss โดยโทเคนนี้ได้รับการตรวจสอบจาก New York Department of Financial Services (NYDFS) และ BitLicense เรียบร้อยแล้ว

แต่ไร้วี่แววของเหรียญ StableCoin ชื่อดังอย่าง Tether (USDT) และ Paxos Standard (PAX) โดยก่อนหน้านี้ราคาของเหรียญ Tether ร่วงต่ำสุดในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา และทำให้ราคา Bitcoin พุ่งไป 7,200 ดอลลาร์อีกด้วย


ที่มา : 


6 วิธีดี ๆ ที่ทำให้คุณแฮปปี้ในที่ทำงาน


ที่ทำงานเป็นเสมือนอีกหนึ่งสังคมใหญ่ ที่คุณจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แล้วก็คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนที่ทำงานกันบ่อย ๆ ใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เรามี วิธีดี ๆ ที่ทำให้คุณมีความสุขในสถานที่ทำงาน และงานที่คุณรัก บอกเลยว่าไม่ยากสำหรับคุณแน่นอน

วางเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน
หลายครั้งที่เรามักเหนื่อยและเฉื่อยเวลาไปทำงาน นั่นก็เพราะว่าคุณยังไม่ทันได้ตั้งเป้าหมายดี ๆ ให้กับตัวเอง
เป้าหมายที่ว่านี้อาจจะไม่ใช่ส่ิงที่ยิ่งใหญ่ คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยเป้าหมายเล็ก ๆ เช่นการมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือเป้าหมายสำหรับบางคนคือการทำงานเพื่อโบนัสสำหรับวันหยุดยาวและการออกทริป ฯลฯ โดยอนาคตข้างหน้าคุณอาจจะต้องวางเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น เช่น การเติบโตในสายงานที่คุณทำ แพลนอนาคตในการสร้างบ้าน ฯลฯ  เพียงแค่คุณมีเป้าหมาย ก็จะทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวในการออกไปทำงานโดยไม่ได้รู้สึกว่าเราทำงานไปแค่วัน ๆ

สร้างสัมพันธ์ดี ๆ กับเพื่อนร่วมงาน
ที่ทำงานนั้นนับเป็นอีกหนึ่งสังคมที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ ดังนั้นเพื่อนร่วมงานจึงเป็นเหมือนคนสำคัญในอีกสังคมหนึ่งนอกจากสังคมครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ลองทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์ดี ๆ ให้กับคนในออฟฟิศ รวมไปถึงพนักงานแม่บ้าน พี่รปภ. ทักทายพูดคุยและให้คำปรึกษาดี ๆ เท่านี้คุณก็ได้ความสบายใจจากการออกไปทำงานทุกวัน และจะส่งผลดีในอนาคตจากความเป็นคนอัธยาศัยดีของคุณนั่นเอง

เป็นคนใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น
การทำงานร่วมกับผู้อื่น คุณจะต้องนึกไว้เสมอว่าคุณไม่สามารถเป็นผู้กำหนดหรือตัดสินทุกอย่างได้จากความคิดของตัวคุณเอง โดยเฉพาะความคิดเห็นร่วมกันในทีมของคุณ เสียงจากทุกคนย่อมมีความสำคัญเสมอ ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งที่เหนือกว่าพวกเขา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความคิดของคุณจะเป็นสิ่งดีที่สุดและใครจะยอมรับได้ ลองทำใจให้กว้าง เปิดใจรับฟังเสียงจากเพื่อนร่วมงานเพื่อให้พบสิ่งที่ดีที่สุด นั่นแหละคือหนึ่งในความสุขที่คุณจะได้จากการทำงาน

อย่าสะสมปัญหาในที่ทำงานไว้กับตัวเองเยอะเกินไป
ข้อนี้สำคัญมาก ๆ ไม่ใช่ว่าคุณจะทำพยายามทำตัวเป็นคนเอาใจคนทุกคนไปซะหมด คุณควรรู้ความพอดีในการใช้ชีวิตร่วมกับสังคมทำงาน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าทำให้ตัวเองลำบากเกินไป จนเกิดความรู้สึกสะสมและติดลบภายในใจเป็นเวลานาน ๆ เมื่อถึงเวลานั้นคุณอาจไม่มีความสุขและระเบิดความรู้สึกออกมาจนทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างแย่ลง วิธีที่ดีที่สุดคือการเปิดใจกับเรื่องที่ไม่สบายใจ ปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานด้วยความจริงใจ บางทีความคิดเห็นจากผู้อื่นก็ช่วยเราได้เยอะเช่นกัน

มีวินัยเพื่อให้การทำงานลื่นไหลขึ้น
เมื่อคุณอยากให้งานออกมาบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ควรที่จะเริ่มจากตัวคุณเองที่จะต้องมีวินัยในการทำงาน ทำงานตามสิ่งที่ได้รับมอบหมายอย่างตรงต่อเวลา ประเมินผลการทำงานของตัวเองเป็นระยะ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานเพื่อให้งานนั้นประสบผลสำเร็จ เมื่อคุณและคนอื่น ๆ ต่างมีวินัยในการทำงาน เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัว ความติดขัดหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นก็ลดน้อยลง

การแบ่งเวลาที่ดี คือสมดุลชีวิตที่ดีเช่นกัน
หลายคนทุ่มเทกับการทำงานจนไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต แทนที่จะได้มีเวลาไปเดินเล่น พักผ่อนในแบบที่ตัวเองชอบ กลับต้องมาเคลียร์งานเกินเวลาจนเป็นความเคยชิน ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลดีเลย นอกจากสุขภาพร่างกายจะทรุดโทรมแล้ว สมดุลชีวิตคุณก็จะค่อย ๆ หายไป ไม่มีเวลาสำหรับผ่อนคลายหรือการเข้าสังคมต่าง ๆ  แบบนี้อาจทำให้คนรอบข้างคุณไม่แฮปปี้เอาได้ง่าย ๆ   ทางแก้ไขสำหรับปัญหานี้ คือคุณต้องลองหันมาปรับสมดุลระหว่างเวลาในการทำงานและเวลาในการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณมีความสุขในทุกบทบาทที่คุณเป็น ทำงานตามเวลาที่ต้องทำ เลิกงานก็คือเวลาส่วนตัวที่คุณสามารถเลือกได้อย่างมีความสุข แบ่งเวลาให้ดีเท่านี้ก็รอด!

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการที่คุณจะมีความสุขมากขึ้นในที่ทำงาน อย่าลืมว่าที่ทำงานคือสังคมอีกหนึ่งสังคมที่มีผลต่อชีวิตของคุณมาก ๆ เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกไม่มีความสุขในที่ทำงานแล้ว นั่นแปลว่าความสุขเสี้ยวใหญ่ ๆในชีวิตได้หายไปเช่นกัน ลองหาสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขร่วมไปกับเพื่อนร่วมงานที่น่ารักของคุณ แล้วรับรองว่าคุณจะมีแรงลุกขึ้นไปทำงานได้แบบไม่มีรีรอกันเลยล่ะ


ที่มา : 

New York กำลังพิจารณาข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับธุรกิจขุดเหมือง


เมือง Plattsburgh ในรัฐ New York กำลังพิจารณาข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับธุรกิจขุดเหมืองที่เอาไว้ขุดคริปโตที่ดำเนินการอยู่ในเมือง

นาย Patrick McFarlin สมาชิกสภาสามัญของเมือง Plattsburgh ได้เสนอกฎหมายฉบับใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยมีจุดประสงค์เพื่อแนะนำ “กฎเขตแดน” (Zoning Regulations) สำหรับธุรกิจขุดเหมืองในเชิงพาณิชย์ อ้างอิงจากจากการประกาศของสภาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาการประชาพิจารณ์นี้จะถูกจัดขึ้นวันที่ 25 ตุลาคมนี้

โดยกฏใหม่นี้จะครอบคลุมความหลากหลายเช่นความปลอดภัยจากอัคคีภัย, ความร้อน, ความรำคาญจากเสียงและการขออนุญาตการใช้งานพิเศษ โดยถ้าเหมืองขุดไหนที่ได้รับอนุญาตแล้วนั้นจะต้องรักษาอุณหภูมิภายในไว้ที่ 120 องศาฟาเรนไฮต์ (48.8 องศาเซลเซียส) ให้ได้ตลอดเวลา

แต่ถ้าอุณหภูมิภายนอกต่ำกว่า 40 องศาฟาเรนไฮต์ (4.4 องศาเซลเซียส) ผู้ประกอบการเหมืองจะต้องแน่ใจว่า “ห้ามมีความร้อนเกินกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ออกมาจากเหมืองขุด”

นาย Patrick ยังกล่าวอีกว่า: 

“การขุดเหมืองนั้นไม่ควรมีเสียงเกินกว่า 90 เดซิเบลจากระยะ 25 ฟุตจากตัวกั้นเสียง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรอบผู้อยู่อาศัย”

นาย Patrick ยังกล่าวถึงอุปกรณ์การขุดเหมืองอีกว่า:

“ข้อกำหนดของอาคารที่จะทำการขุดเหมืองต้องได้รับการออกแบบโดยวิศวกรที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ New York และสอดคล้องกับมาตรฐานข้อบังคับทั้งหมด”


ที่มา : 

กระเจี๊ยบเขียวสรรพคุณดี กินง่ายถ่ายคล่อง


เนื่องจากอาหารการกินปัจจุบันมักประกอบไปด้วยแป้ง หรืออยู่ในรูปแบบของอาหารจั๊งฟูดเป็นส่วนใหญ่ กากใยอาหารไม่ค่อยมี ทำให้หลายคนมักเกิดอาการท้องผูกได้ และอาการท้องผูกนี้สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย เมื่อเกิดแล้วก็ทำให้ไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง และหากไม่ถ่ายนานๆ ก็อาจจะมีโรคตามมาได้ เช่น ลำไส้อักเสบหรือริดสีดวงทวาร เป็นต้น จนต้องแสวงหาสูตรและเคล็ดลับยาระบายต่างๆ มารับประทาน ซึ่งกระเจี๊ยบเขียวพืชผักไทยๆบ้านเราก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน

ลักษณะของกระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียว มีลักษณะเป็นฝักสีเขียวคล้ายกับนิ้วมือมีรูปทรงเรียวยาว ปลายโค้งเล็กน้อย ฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามยาว 5 เหลี่ยม มีขนอ่อน ๆ อยู่ทั่วฝัก และหากนำมาต้มหรือทำอาหารฝักจะมีลักษณะลื่น รับประทานง่าย รสชาติอร่อย มักนำมาต้มรับประทานแกมกับน้ำพริกปลาทู

รับประทานกระเจี๊ยบเขียวแล้วถ่ายคล่อง
อาจเป็นเพราะความลื่นของกระเจี๊ยบเขียวนี่เองที่ทำให้ถ่ายคล่องขึ้น เพราะเมือกลื่นๆ เมื่อทานเข้าไปก็ไม่ได้ย่อยไปไหน จนไปถึงลำไส้ใหญ่แล้วปนกับอุจจาระจึงทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น จนทำให้ถ่ายออกมาง่ายขึ้นนั่นเอง

สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียว
นอกจากสรรพคุณในเรื่องการระบายท้องบรรเทาอาการท้องผูกแล้ว กระเจี๊ยบยังมีสรรพคุณดีๆอยู่อีกมากมาย ได้แก่

➠ควบคุมน้ำตาลในเลือด เนื่องจากในฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มาก จึงช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ โดยจะรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ ดังนั้นกระเจี๊ยบเขียวเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
➠ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอล เส้นใยของกระเจี๊ยบจะช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงกับน้ำดี ซึ่งสามารถลดไขมันและคอเลสเตอรอลได้ คล้ายๆกับการกินยาลดไขมันและคอเลสเตอรอล
➠ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย โดยเส้นใยของกระเจี๊ยบและเมือกในฝักช่วยจับสารพิษกับน้ำดีในลำไส้และขับออกมาทางอุจจาระ จึงทำให้ไม่เหลือสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้
➠ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร หากรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำ เมือกลื่นในฝักกระเจี๊ยบ จะช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะไม่เกิดการระคายเคืองจึงช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการทำงานของระบบดูดซีมสารอาหาร อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ ที่ชื่อโพรไบโอติกแบคทีเรีย จึงสามารถลดความเสี่ยงของโรคแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
➠ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ หากรับประทานกระเจี๊ยบเป็นประจำ จะสามารถเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงได้ เนื่องจากมีโฟเลตสูง
➠ช่วยบำรุงสมอง
➠ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต ให้เป็นปกติ
➠ช่วยแก้อาการหวัด รักษาโรคหวัด
➠ช่วยป้องกันอาการหลอดเลือดตีบตัน
➠ช่วยขับเหงื่อ
➠ใบกระเจี๊ยบ ช่วยแก้โรคปากนกกระจอก

จากประสบการณ์ของเราโดยตรง กระเจี๊ยบเขียวต้ม หรือลวก ทานกับน้ำพริกว่าอร่อยแล้ว หากนำไปปิ้งย่างบนเตาให้พอสุก จิ้มน้ำจิ้ม หรือทานกับเนื้อสัตว์เวลาทานปิ้งย่าง ยิ่งอร่อยจนบอกไม่ถูกเลยล่ะแต่หากใครอยากทานตามแบบเราล่ะก็ เพลาๆ มือในการหยิบเนื้อ หยิบหมูมาย่างทานกันหน่อยนะ ทานแต่น้อย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ท่องไว้ให้ขึ้นใจด้วยล่ะ


ที่มา : 

ตัวแทนเข้าชิงประธานาธิบดีประเทศบราซิลหลายคน กำลังใช้ Blockchain ในแคมเปญหาเสียง


อ้างอิงจากประกาศบนเว็บไซต์ของเขาในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา นาย Fernado Haddad ตัวแทนผู้เข้าชิงประธานาธิบดีจากพรรค Brazil Worker ได้เผยแพร่แผนของรัฐบาลด้วย Blockchain

ในประกาศได้ระบุไว้ว่า นาย Haddad ได้ตัดสินใจที่จะใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญหาเสียงประธานาธิบดีของเขา หลังจากที่ประสบปัญหาการรายงานข่าวปลอม ๆ ก่อนหน้านี้ ด้วยความที่ข้อมูลถูกเก็บบน Blockchain นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เขาเลยตัดสินใจที่จะใช้แพลตฟอร์มแบบ Decentralized ในการเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลแทน

อ้างอิงจากประกาศ นาย Haddad ได้ใช้ “ซอฟท์แวร์ฟรี” จากเซาเปาโลซึ่งเขาเคยเป็นรัฐมนตรีเมื่อปี 2013 ถึง 2017 มันเป็นซอฟท์แวร์ที่ไว้ใช้สำหรับตรวจตราโปรเจกต์ของเมืองต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม นาย Haddad ไม่ใช่ผู้เข้าชิงตำแหน่งคนเดียวที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว อ้างอิงจากอีกแหล่งข่าว นาย Criptomoedas Facil และนักการเมืองคนอื่น ๆ ที่เข้าชิง เช่นนาย Joao Amoedo และนาง Marina Silva ก็ได้ใช้ Blockchain ในแคมเปญของพวกเขาเช่นกัน

นางสาว Silva ได้วางแผนที่จะสร้างรัฐบาลดิจิทัล โดยการเก็บข้อมูลสาธารณะทั้งหมดไว้บนแพลตฟอร์มแบบ Decentralized และใช้เทคโนโลยี DLT ในการรับเงินบริจาตสำหรับแคมเปญเธออีกด้วย

ดูเหมือนว่า ในเวทีการเมืองประเทศบราซิลจะเริ่มให้ความสำคัญ และนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามันจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้จริงหรือไม่



ที่มา : 

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Binance ปฎิเสธข่าวลือว่า ไม่มีการดีลิสต์เหรียญ USDT ชี้ข่าวลือที่เห็นเป็นเพียงรูปตัดต่อ


เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Binance เว็บเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ที่มีปริมาณการเทรดรายวันที่สุดในโลกได้ประกาศหยุดการถอน Tether หรือ USDT เป็นการชั่วคราว

ในเว็บไซต์พวกเขาให้เหตุผลว่าเป็นการปิดเพื่อ “ปรับปรุงซ่อมแซม Wallet” และใน Telegram ผู้ดูแลกล่าวว่า ระงับเนื่องจาก “ความแออัดในเครือข่าย USDT” โดยที่การระงับนี้ ไม่ได้มีวันเวลาที่ระบุไว้ว่าจะระงับไปถึงเมื่อไร

ถึงแม้เว็บเทรด Binance จะประกาศปิดไม่ให้ถอน USDT แต่ดูเหมือนว่าหลังจากประกาศ มีผู้ใช้งานบางส่วนยังคงสามารถถอน USDT ได้อยู่ดี เมื่อเวลา 11.33 UTC ก่อนที่อีก 15 นาททีต่อมาจะไม่สามารถถอนได้เลย

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลืออีกด้วยว่า Binance จะทำการดีลิสต์ หรือนำ USDT ออกจากเว็บเทรดของพวกเขา แต่ในเวลาต่อมา นาย Changpeng Zhao ได้กล่าวว่า “มันเป็นเพียงรูปประกาศที่ถูกตัดต่อเท่านั้น”


อ้างอิงจากรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคา USDT นั้นร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 18 เดือนที่ 0.925 ดอลลาร์ ซึ่งอาจจะมาจากการที่คนเทขาย USDT ไปถือ BTC จำนวนมากก็เป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านั้น ในเว็บ Binance ราคา Bitcoin ก็พุ่งไปแตะ 7,680 ดอลลาร์เช่นกัน ซึ่งถือว่าสูงกว่าเว็บเทรดอื่น ๆ แต่ในขณะที่รายงานอยู่นี้ ราคาของมันกลับมาที่ระดับ 6,700 ดอลลาร์อีกครั้ง


ที่มา : 

10 คุณประโยชน์ของถั่วงอก พร้อมเคล็ดลับการกินอย่างถูกต้อง


ถั่วงอก เป็นหนึ่งในผักยอดนิยมของครัวไทย ซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมายที่ดีต่อสุขภาพ และสารอาหารเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ก็ต่อเมื่อรับประทานอย่างถูกวิธี บทความนี้จึงรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของถั่วงอกและเคล็ดลับการรับประทานถั่วงอกให้ได้ประโยชน์สูงสุดมาฝากผู้อ่านทุกท่าน

คุณประโยชน์ของถั่วงอก

ถั่วงอกอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่างๆ รวมไปถึงสารอาหารมากมายที่ช่วยบำรุงสุขภาพของเราในด้านต่างๆ อย่างเช่น 10 คุณประโยชน์ของถั่วงอกที่เรานำมาฝากนี้

1. ถั่วงอกช่วยในการย่อยอาหาร
คุณประโยชน์ที่เด่นชัดที่สุดของถั่วงอกคือความามารถในการช่วยย่อยอาหารได้ดีมาก เพราะถั่วงอกอุดมไปด้วยเอ็นไซม์ (Enzymes) ชนิดต่างๆมากมายที่พบไม่มากนักในอาหาร เอ็นไซม์เหล่านี้ช่วยในการย่อยสลายอาหาร ซึ่งช่วยลดภาระของระบบย่อยอาหารได้มากทีเดียว การย่อยสลายอาหารที่มีประสิทธิภาพก็จะทำให้การดูดซึมสารอาหารนั้นง่ายขึ้นด้วย

นอกจากนี้ใยอาหารจำนวนมากในถั่วงอกยังช่วยในการขับข่ายได้ดี ถือเป็นการทำให้ลำไส้สะอาดและไม่อุดตัน ซึ่งลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้

2. เร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย
สารอาหารชนิดที่พบมากในถั่วงอกก็คือโปรตีน ซึ่งจำเป็นต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและการเจริญเติบฌตของร่างกายในทุกๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระดูก กล้ามเนื้อ หรือแม้แต่ผิวหนัง ถั่วงอกจึงเป็นหนึ่งในอาการที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ทานเนิ้อสัตว์ เพราะโปรตีนจากถั่วงอกนั้นสามารถใช้ทดแทนโปรตันจากเนื้อสัตว์ได้ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ก็ควรรับประทานถั่วงอกเพราะโปรตีนจากถั่วงอกจะช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของเด็กในครรภ์ได้เป็นอย่างดี

3. ควบคุมน้ำหนักและสัดส่วน
ถั่วงอกเป็นผักยอดนิยมในกลุ่มของผู้ที่ควบคุมดูแลน้ำหนักและสัดส่วน เพราะให้พลังงานแคลอรี่ต่ำมาก อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกากใยที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วแต่ไม่หนักตัวและทำให้ขับถ่ายได้อย่างคล่องตัว ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักจึงสามารถรับประทานถั่วงอกได้โดยไม่ต้องกังวลถึงพลังงานหรือไขมันส่วนเกินที่จะตามมา

4. เสริมสร้างระบบหมุนเวียนเลือด
สารอาหารอีกชนิดที่พบมากในถั่วงอกคือธาตุเหล็กที่ช่วยบำรึงเม็ดเลือดแดงและทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีปริมาณธาตุเหล็กน้อยในร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา ไร้ซึ่งสมาธิ รู้สึกวิงเวียนศีรษะและมีความรู้สึกปั่นป่วนใรท้องจนทำให้อยากอาเจียน เพราะเลือดอาจหมุนเวียนไม่ทั่วร่างกาย การรับประทานถั่วงอกสามารถเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายได้

5. บำรุงหัวใจ
ถั่วงอกนั้นอุดมไปด้วยโอเมก้า (Omega) 3 ชั้นดีที่มาพร้อมกับไขมันชนิดดี (HDL Cholesterol) ที่ช่วยลดปริมาณไขมันชนิดไม่ดีออกจากเลือดได้ ทำให้ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดและลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจวายได้ดีมาก

6. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
คุณประโยชน์จากถั่วงอกยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะวิตามินซีในถั่วงอกนั้นยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับเชื้อโรคที่พยายามบุกรุกเข้าสู้ร่างกายของเราได้อีกด้วย

7. ป้องกันมะเร็ง
วิตามินอีกหนึ่งชนิดที่พบมากในถั่วงอกคือวิตามินเอซึ่งช่วยต้านสารอนุมูลอิสระหรือสารก่อมะเร็งได้อย่างดีเมื้อทำงานร่วมกับวิตามินซี กรดอะมิโนและโปรตันมาพบได้ในเอ็นไซม์

8. บำรุงสายตา
ประสิทธิภาพของวิตามินเอในการต้านสารอนุมูลสระช่วยป้องกันปัญหาสายตาจำพวก ต้อหิน ต้อกระจก และการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อในลูกตา นอกจากนี้วิตามินเอยังช่วยบำรุงสายตาให้มีความคมชัดมากขึ้นได้โดยตรงอีกด้วย

9. ถั่วงอกแก้เริมได้
เริมที่ปาก (cold sores) ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบมากในบริเวณที่เป็น การทำให้เริมหายไปได้อย่างรวดเร็วได้นั้นต้องใช้เอ็นไซม์ที่มีชื่อว่า Lysine ซึ่งเอ็นไซม์ชนิดนี้พบมากในถั่วงอกเช่นกัน

10. ควบคุมโรคภูมิแพ้และหอบหืด
แม้จะยังไม่มีคำอธิบายทางการแพทย์ที่ชัดเจน แต่งานวิจัยหลายๆชิ้นก็แสดงให้เห็นว่าถั่วงอกช่วยลดการกำเริบของโรคภูมิแพ้รวมไปถึงอาการของโรคหอบหืดได้

เคล็ดลับการรับประทานถั่วงอก

อย่างที่กล่าวไว้ว่าถั่วงอกนั้นอุดมไปด้วยสารพัดประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ถั่วงอกจะให้สารอาหารครบถ้วนก็ต่อเมื่อ รับประทานโดยไม่ผ่านการปรุงสุกเลย เพราะถั่วงอกเป็นผักที่ไม่ทนความร้อนนัก การปรุงสุกด้วยความร้อนจึงอาจทำให้สารอาหารสลายตัวได้ง่าย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการเลือกซื้อถั่วงอกจากแหล่งขายที่สะอาดจริงๆ และควรล้างให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน


ที่มา : 


MasterCard, Visa เตรียมจัดหมวดหมู่คริปโตกับ ICO ‘มีความเสี่ยงสูง’ เพิ่มการเฝ้าระวัง


ยักษ์ใหญ่ด้านการจ่ายเงิน MasterCard และ VISA เตรียมรวบรวมเอา cryptocurrency และ Initial Coin Offering (ICO) เข้ามาอยู่ในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ด้านการเงินที่ ‘มีความเสี่ยงสูง’ อ้างอิงจากเว็บ Finance Magnates

เว็บ Broker Complaint Registry เผยให้เห็นถึงรายละเอียดการจัดหมวดหมู่ของ MasterCard ที่เคยถูกเผยแพร่ไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเว็บดังกล่าวเขียนไว้ว่าผลิตภัณฑ์ด้านการเงินอย่าง binary options, CFDs, forex, cryptocurrency options และ ICO นั้นจะต้องถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ใหม่ซึ่งก็คือ ‘มีความเสี่ยงสูง’ เริ่มตั้งแต่ 12 ตุลาคมปี 2018 นี้เป็นต้นไป และจะต้องถูกจับตาดูอย่างใกล้ชิด

โดยอ้างอิงจาก Finance Magnates นั้น การจัดหมวดหมู่ดังกล่าวนั้นจะส่งผลทำให้ธุรกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนั้นจะสามารถถูก chargeback (เรียกเงินคืนไปยังผู้จ่าย) ได้ภายในระยะเวลาที่มากขึ้นย้อนหลังถึง 540 วัน

แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยที่มาได้ยืนยันกับ Finance Magnates ว่าการตั้งหมวดหมู่ของ MasterCard นั้นจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ซึ่งก็คือ 15 ตุลาคม 2018 ในขณะที่ของ VISA นั้นได้มีการวางแผนว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายในเดือนธันวาคมนี้

หมวดหมู่ดังกล่าวนั้นจะมุ่งหวังไปที่บริษัทในด้านเหล่านั้น ที่เปิดให้บริการโดยไร้ใบอนุญาต หรือไม่ต้องการใบอนุญาต

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบริษัทอื่น ๆ นั้นเริ่มที่จะประกาศแจ้งลูกค้าของพวกเขาแล้วว่าจะเลิกรับบัตรเครดิต อ้างอิงจาก Finance Magnates ซึ่งนั่นหมายความว่าลูกค้าของโบรคเกอร์ที่เปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตนั้นจะต้องโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า MasterCard ได้ออกมาแสดงจุดยืนของพวกเขาว่าต้องการต่อต้าน Crypocurrency อย่างชัดเจน นอกจากนี้ CEO ของ MasterCard นาม Ajaypal Banga ยังได้เคยออกมากล่าวว่า Bitcoin นั้นคือขยะ อีกด้วย

ส่วน VISA นั้นก็เคยออกมาประกาศยกเลิกการรองรับบัตรเดบิต cryptocurrency กับผู้ให้บริการนาม WaveCrest เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่าง CryptoPay, Bitwala, TenX, Wire และ อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย



ที่มา : 



7 อาหารช่วย "คืนความสดใส" ให้ชีวิตคุณ


ช่วงนี้มีแต่ปัญหาต่าง  ๆ เข้ามาให้แอบเครียดอยู่เสมอ เห็นทีต้องหาทางคลายเครียดให้อารมณ์ดีไม่หม่นหมอง กลับมาสดใสเป็นคุณคนเดิมด้วย “อาหาร” สร้างความสดใส มาดูกันว่าอาหารประเภทไหนบ้างจะช่วยคุณได้

1. จัดโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตยามเช้า
เช้า ๆ แบบนี้แหละสำคัญมาก  หากคุณต้องการตื่นขึ้นมารับความเฟรช สดใสในเช้าวันใหม่แบบนี้ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเติมอาหารจำพวกโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญเป็นพลังงานได้เร็ว ส่วนอาหารประเภทโปรตีนก็จะช่วยสร้างความตื่นตัวของสมอง ให้ร่างกายสดชื่นขึ้น แนะนำมื้อเช้าของคุณเป็น “แซนวิชโฮลวีตไก่หรือทูน่า” ทานคู่กับนมสดหรือน้ำผลไม้  แต่ถ้าใครชอบทานอาหารร้อน ๆ อาจจะลองทำเมนูโจ๊กธัญพืชไก่ เสิร์ฟพร้อมน้ำเต้าหู้สักแก้ว เท่านี้ร่างกายของคุณก็จะสดใสขึ้น ไม่อ่อนล้าตั้งแต่เช้า

2. อาหารจำพวก “วิตามินบี” นี่แหละ ตัวช่วยสำหรับคุณ
ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยล้าแบบต่อเนื่องมาตลอด ก็ควรบำรุงด้วยอาหารจำพวกวิตามินบี ที่จะช่วยเรียกพลังงานกลับคืน ที่สำคัญยังช่วยในการกำจัดความเครียดสะสมได้ดีทีเดียว ลองเลือกอาหารประเภทปลาทูน่า , อกไก่ หรือจะเป็นผลไม้อย่าง “กล้วย” ที่อุดมไปด้วยวิตามินบีเป็นจำนวนมาก อาหารเหล่านี้เป็นเสมือนพละกำลังที่จะปลุกเรี่ยวแรงของคุณได้ดีเลยล่ะ แนะนำเป็นจานอร่อยอย่าง ยำสลัดทูน่า สเต็กอกไก่พริกไทยดำ หรือจะทานกล้วยหอมสดสักลูก เท่านี้ก็เอาอยู่

3. เพิ่มแรงและกระตุ้นร่างกายด้วย “ธาตุเหล็ก” 
หากคุณสังเกตว่าพักหลัง ๆ มานี้ร่างกายไม่ค่อยสดชื่น ไม่มีแรงเอาซะเลย บางทีอาจเกิดจากการที่สารอาหารบางชนิดในร่างกายไม่เพียงพอ อย่างเช่น “ธาตุเหล็ก”  ที่เป็นสารอาหารในการเพิ่มพลังงานดี ๆ ให้กับคุณ อย่างเช่นผลไม้ ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว หรือเนื้อ มาเติมอาหารประเภทธาตุเหล็กกันด้วยมื้ออร่อยอย่างเช่น ผัดผักรวม ไข่ตุ๋น เนื้ออบ และน้ำส้มสักแก้ว เท่านี้พลังงานดี ๆ จะวิ่งเข้าหาคุณอย่างแน่นอน

4. น้ำสะอาด ขาดไม่ได้
เพราะการขาดน้ำเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ง่าย ดังนั้นการหมั่นดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ๆ เพื่อที่จะลดภาวการณ์ขาดน้ำ ทำให้ผิวและภายในชุ่มชื้นขึ้น ร่างกายจะรู้สึกสดชื่นและมีแรงมากกว่าเดิม โดยปกติเราควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อสุขภาพที่ดีและความสดใสของคุณ

5. กรดไขมันโอเมก้า 3 จัดการความเครียดได้
เพราะความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ความสดใสในตัวคุณหายไป ภาวะความเครียดก่อตัวจากภายในและแสดงผลออกมาภายนอก ทำให้ดูเหนื่อยล้าและไม่สดใส ถึงเวลาต้องจัดการปัญหานี้ด้วยการเลือกอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเนื้อปลาบางชนิด เช่น “ปลาแซลมอน” ที่เรียกได้ว่าเป็นปลายอดนิยมในขณะนี้ เพราะนอกจากจะรสชาติอร่อยแล้วยังแฝงไปด้วยประโยชน์อีกมากมาย  อยากให้ร่างการกลับมาสดใสก็ลองจัดมื้อเย็นมื้อนี้ของคุณเป็น ยำปลาแซลมอน หรือข้าวหน้าปลาแซลมอนสักจาน เติมพลังแถมยังอร่อยถูกใจ

6. เรียกความสดใสยามบ่ายด้วย “น้ำมะพร้าว”
บ่าย ๆ ที่ร่างกายยิ่งเหนื่อยล้าหมดพลังแบบนี้ มากระตุ้นด้วยเครื่องดื่มธรรมชาติที่ให้เกลือแร่มหาศาลอย่างน้ำมะพร้าวสักแก้ว ที่จะช่วยปลุกคืนพลังสู่ร่างกายคุณ น้ำมะพร้าวมีรสหอมหวาน จะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น ที่สำคัญในน้ำมะพร้าวยังมีกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี มีน้ำมะพร้าวสักแก้วก็เหมือนมีพลังดี ๆ ในชีวิตมากขึ้นแล้ว

7. เลือกทานอาหาร “ชีวจิต” ในบางมื้อ
ถ้าย้อนไปดูผู้คนสมัยก่อนที่ดูสดใส สุขภาพดี ก็มาจากการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยหนึ่งในเมนูที่คนสมัยก่อนชอบทานก็คือผักต้มน้ำพริก อาหารที่ไม่เน้นเนื้อสัตว์แต่สร้างสุขภาพดีแบบนี้นี่แหละ น่าจะใช้ได้ในทุกยุคสมัยกันเลยทีเดียว ลองหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ในบางมื้อเพื่อเป็นการดีท็อกซ์ร่างกาย กระตุ้นการทำงานภายในให้ดีขึ้น  ผลที่ออกก็คือความเปล่งปลั่งสดใสของสุขภาพผิว มื้อนี้ลองทำ น้ำพริกเห็ดนางฟ้ากับผักต้มเป็นเครื่องเคียงดูสิ อร่อยได้สุขภาพ อาหารชีวิตแบบไทย ๆ ก็เรียกความสดใสได้เหมือนกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับนานาอาหารที่ช่วยให้คุณเรียกความสดใสให้กับร่างกาย ลองปรับใช้กับตัวคุณดู รับรองว่าสดใสขึ้นตลอดวันอย่างแน่นอน 


ที่มา : 

รายงาน: ธนาคารยักษ์ใหญ่ Barclays ยกเลิกแผนการก่อตั้งทีมเทรด Cryptocurrency


รายงานเผยว่าธนาคาร Barclays (LSE: BARC) ได้โยนแผนการที่จะเปิดตัวทีมเทรด cryptocurrency ลงถึงขยะไป แต่อย่างไรก็ตาม มันยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษดังกล่าวนั้นทำไปเพราะว่าถูกผู้ออกกฎหมายด้านการเงินในประเทศกดดันหรือไม่ หรือเป็นเพราะเหตุผลอื่น อย่างเช่นความต้องการของตลาดด้าน crypto hedge funds นั้นมีไม่เพียงพอ

แผนการด้านคริปโตที่ต้องหยุดลง
กลุ่มผู้บริหารระดับสูงสุดของ Barclays ได้หยุดแนวคิดดังกล่าวลง อ้างอิงจากรายงานของ Financial News London โดยให้เหตุผลว่านาย Chris Tyrer หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังโปรเจ็คดังกล่าวได้ลาออกจากธนาคาร Barclays ไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

กลุ่มผู้บริหารดังกล่าวมีสมาชิกทั้งหมดสี่คนที่เคยรวมตัวกันเมื่อช่วงต้นปีนี้ โดยพวกเขามีความพยายามในการทำให้ cryptocurrency มีความเชื่อถือระยะยาวโดยการทำให้มันเป็น asset class ชนิดหนึ่ง นอกจากนี้พวกเขายังพยายามมองหาความต้องการในการลงทุนคริปโตของลูกค้าของธนาคารอีกด้วย

การประเมินเบื้องต้น
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ Barclays เผยว่าก่อนหน้านี้ทางธนาคารกำลังพิจารณาเปิดตัวทีมเทรดคริปโตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยพวกเขาพยายามที่จะวัดดูความต้อกงารของลูกค้าในธนาคารว่ามีใครที่ต้องการจะเทรดเหรียญคริปโตหรือไม่ อย่างไร แม้ว่าทางธนาคารจะปฏิเสธในขณะนั้นว่าพวกเขาไม่ได้มีแผนการที่จะเปิดตัวทีมเทรดคริปโตก็ตาม

นาย Jes Staley หรือ CEO ของ Barclays เคยกล่าวปฏิเสธในการประชุมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่าทางธนาคารนั้นไม่ได้มีแผนการดังกล่าว

“Cryptocurrency นั้นถือเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับพวกเรามาก เนื่องจากว่าในแง่มุมแรกนั้น มันมีด้านที่มีความเป็นนวัตกรรมสูง และเราต้องการที่จะเป็นผู้นำแถวหน้าในด้านนี้ เพื่อพัฒนาระบบด้านการเงิน” กล่าวโดยนาย Staley พร้อมเสริมว่า “ในอีกด้านหนึ่ง มันมีความเป็นไปได้ที่ cryptocurrency นั้นถูกนำไปใช้ในด้านที่ธนาคารไม่อยากจะเข้าไปเป็นส่วนร่วมกับมัน”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ธนาคาร Barclays ได้ออกมาจดสิทธิบัตร Blockchain ด้านธุรกรรมทางการเงินและการทำ KYC เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


ที่มา :