BREAKING NEWS
latest

728x90


468x60

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

เลือกซื้อ "เครื่องสำอาง" อย่างไรให้ปลอดภัย หน้าไม่พัง!!


ก่อนจะเลือกซื้อเครื่องสำอางสักชิ้น นอกจากประโยชน์ด้านความสวยความงาม ความคุ้มค่า และราคาแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ต้องไม่ลืมนึกถึง เพราะปัจจุบันมีการขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานมากมายวางขายเกลื่อนตามท้องตลาด ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพเหล่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อสภาพผิวได้อย่างไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น สาว ๆ ควรใส่ใจกับการเลือกซื้อเครื่องสำอางมากเป็นพิเศษ โดยบทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับต่าง ๆ ในการเลือกซื้อเครื่องสำอางมาฝากกัน ดังนี้

➧➧ฉลากชัดเจน

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อมีรายละเอียดบนฉลากครบตามที่อย.กำหนด เพื่อป้องกันการซื้อเครื่องสำอางเถื่อนที่อาจมีส่วนผสมอันตราย เลือกสินค้าที่มีฉลากผลิตภัณฑ์และเลขที่จดแจ้งจากอย.อย่างชัดเจน โดยผู้บริโภคควรเลือกเครื่องสำอางที่มีฉลากภาษาไทย และระบุข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและชนิดของเครื่องสำอาง สารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีการใช้ ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต เลขที่ใบรับแจ้ง และคำเตือนต่าง ๆ นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทางออนไลน์ได้ที่ www.fda.moph.go.th เพื่อป้องกันการแอบอ้างและการขึ้นทะเบียนปลอม

➧➧แหล่งผลิตเชื่อถือได้

การเลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านจัดจำหน่ายที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่บนฉลากมีชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือหรือผู้นำเข้าอย่างชัดเจน เพราะหากเครื่องสำอางที่ซื้อมาเกิดปัญหาหรือไม่ได้มาตรฐาน ก็ยังสามารถติดต่อและเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบได้

➧➧ไม่มีสารต้องห้ามเป็นส่วนประกอบ

สารเคมีบางชนิดที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยผู้บริโภคบางรายอาจมีอาการแพ้ ผมร่วง มีอาการของโรคหืด และอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง โดยอย.ได้ประกาศรายชื่อสารต้องห้ามที่ไม่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง คือ สารปรอท สารไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์ และกรดเรติโนอิก

อย่างไรก็ตาม เลขอย.เครื่องสำอางเป็นเพียงการชี้แจงรายละเอียดส่วนผสมในเครื่องสำอางเท่านั้น ผู้บริโภคบางรายจึงอาจมีอาการแพ้ต่อส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางได้ นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตจะแอบใส่สารต้องห้ามลงไปในภายหลังด้วย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้สินค้า ผู้บริโภคควรใช้ชุดทดสอบเครื่องสำอาง (Test Kit-Cosmetic) จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องสำอางที่ซื้อมานั้นมีสารอันตรายเจือปนอยู่หรือไม่ หรืออาจทดสอบการแพ้ก่อนใช้ด้วยตนเองง่าย ๆ โดยทาเครื่องสำอางปริมาณเล็กน้อยลงตรงท้องแขน แล้วทิ้งไว้ 1-2 วัน หากไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นแสดงว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นได้ แต่หากใช้แล้วมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรหยุดใช้ทันที

➧➧บรรจุภัณฑ์ไม่ชำรุดเสียหาย

ภาชนะที่ใช้บรรจุเครื่องสำอางก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ โดยผู้บริโภคควรเลือกซื้อเครื่องสำอางที่มีภาชนะบรรจุและหีบห่อที่อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยแตก ร้าว หรือชำรุด รวมทั้งมีการเก็บรักษาเป็นอย่างดี ไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นหรือโดนแสงแดด เพราะบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีฝาปิดไม่สนิทหรือมีรอยร้าวอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้

รู้อย่างนี้แล้ว สาว ๆ ควรคำนึงถึงข้อพึงระวังต่าง ๆ ข้างต้น และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางนั้น ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์ปลอมและไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอาการแพ้และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาได้ นอกจากนี้ ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้ ไม่ใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีแล้วรีบไปพบแพทย์หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังใช้เครื่องสำอางใด ๆ



ที่มา : www.pobpad.com


« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น