BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562

แก้อาการ "เมารถ"



อาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน อาจเป็นปัญหาหนักใจของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ โดยมักเกิดขึ้นเมื่อโดยสารยานพาหนะที่มีการเหวี่ยงตัวขณะเคลื่อนที่เป็นเวลานาน ส่งผลให้รู้สึกวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ซึ่งอาการดังกล่าวสามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างระหว่างเดินทาง และอาจใช้ยาแก้เมารถตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

อาการเมารถเป็นอย่างไร ?

เมารถ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะบุคคล ดังนั้น ขณะโดยสารยานพาหนะใด ๆ ก็ตาม จึงมีทั้งคนที่มีอาการเมารถและคนที่ไม่มีอาการ ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่ากำลังเมารถ ได้แก่

     ➧ เวียนศีรษะ
     ➧ รู้สึกไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
     ➧ อ่อนเพลีย
     ➧ ไม่อยากอาหาร
     ➧ มีเหงื่อออก
     ➧ เด็กเล็กที่เมารถอาจหน้าซีด กระสับกระส่าย หาว หรือร้องไห้
     ร่วมด้วย

เมารถเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

อาการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน เกิดขึ้นเมื่อประสาทรับรู้การเคลื่อนไหวของหูชั้นในทำงานไม่ประสานกับภาพที่ดวงตามองเห็น สมองจึงได้รับสัญญาณที่ขัดแย้งกันจนมีอาการเมารถตามมา โดยอาจเกิดจากการโดยสารรถที่ขับเหวี่ยงไปมาหรือขับบนถนนที่คดเคี้ยวนานเกินไป การนั่งเรือที่โคลงเคลงตามลูกคลื่น การโดยสารเครื่องบิน หรือแม้แต่ระหว่างเล่นเครื่องเล่นผาดโผนต่าง ๆ ในสวนสนุกอย่างรถไฟเหาะก็อาจทำให้มีอาการได้เช่นกัน

ทั้งนี้ บุคคลในกลุ่มต่อไปนี้ อาจเสี่ยงเกิดอาการเมารถได้มากกว่าคนทั่วไป

     ➧ ผู้ที่มีประสาทรับรู้การเคลื่อนไหวเร็ว
     ➧ ผู้หญิงที่กำลังมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงรับการ
     บำบัดด้วยฮอร์โมน
     ➧ ผู้ป่วยไมเกรน
     ➧ เด็กอายุ 2-12 ปี
     ➧ ผู้ที่กำลังใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยารักษาโรคหืด 
     ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาไอบูโพรเฟน ยานาพรอกเซน เป็นต้น
     ➧ ผู้ที่มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด

บรรเทาอาการเมารถได้อย่างไร ?

อาการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน สามารถป้องกันและบรรเทาได้ด้วยตนเอง เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  ➧ หากนั่งรถควรเลือกนั่งที่เบาะหน้า ส่วนการโดยสารเรือหรือเครื่องบินก็ควรเลือกนั่งตรงกลางลำ เพื่อลดแรงเหวี่ยงหรือการโคลงเคลงของยานพาหนะ
  ➧ ขณะโดยสารรถให้มองตรงไปทางด้านหน้า โดยให้สายตาจดจ้องไปยังจุดที่หยุดอยู่กับที่ เช่น ตึกสูง เส้นขอบฟ้า เป็นต้น
  ➧ หลีกเลี่ยงการจ้องมองสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ อย่างรถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน หรือเรือลำอื่นที่แล่นไปมา
  ➧ หลับตาและกำหนดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ
  ➧ หากอยู่ในพาหนะส่วนตัว อาจพูดคุยกับคนอื่น ๆ หรือร้องเพลงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
  ➧ แวะจอดรถตามจุดพักรถระหว่างทาง เพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ พักดื่มน้ำ หรือสูดอากาศภายนอก
  ➧ หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือหรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดระหว่างเดินทาง
  ➧ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่และอาหารที่มีรสจัด รวมทั้งงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนโดยสารยานพาหนะใด ๆ

✨ยาแก้เมารถ✨

นอกจากการปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ ผู้ที่เมารถเป็นประจำอาจรับประทานยาแก้เมารถ หรือแปะพลาสเตอร์ยาแก้เมารถ ดังต่อไปนี้

   ➧ ยาต้านฮิสตามีน เป็นยาที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการเมารถที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เช่น ยาไซไคลซีน ยาไดเมนไฮดริเนต เป็นต้น แต่ยาเหล่านี้อาจส่งผลข้างเคียงทำให้รู้สึกง่วงนอนได้
   ➧ ยาสโคโปลามีน มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเมารถ โดยตัวยาจะอยู่ในรูปของพลาสเตอร์สำหรับแปะลงบนผิวหนัง ใช้แปะไว้ด้านหลังใบหูตั้งแต่ก่อนเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้ใช้ยาควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือตามฉลากยาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนให้เด็กรับประทานยาต้านฮิสตามีนหรือใช้พลาสเตอร์ยาสโคโปลามีน เพราะเด็กอาจเสี่ยงได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยามากกว่าคนในช่วงวัยอื่น




ที่มา : www.pobpad.com


« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น