BREAKING NEWS
latest

728x90



468x60


วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชาวนารับผิด "ปิดถนนตากข้าวเปลือกจริง" เสียใจขออภัยผู้ใช้เส้นทาง


ป้าชาวนาแจงดราม่าปิดถนนตากข้าวเปลือก รับทำจริงแต่เห็นว่ามีถนนหลายเส้นใช้ได้ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jenjira Srangchat” โพสต์ภาพของชาวนาหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ปิดถนนเพื่อตากข้าวเปลือกโดยใช้แบริเออร์ปิดทางเข้า-ออก ทำให้รถไม่สามารถใช้ถนนเส้นดังกล่าวได้ และตั้งคำถามว่าเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปหรือไม่ ทำไมไม่ไปตากที่ลานกิจกรรมหมู่บ้าน


วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านที่ปรากฏในโซเชียล คือ บ้านสองชั้น ม.1 ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งในวันนี้ไม่มีการตากข้าวเปลือกบนถนนแล้ว มีเพียงบริเวณลานปูนของศูนย์ข้อมูลหมู่บ้าน เมื่อสอบถามว่าก่อนหน้านี้มีการนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีตและใช้แท่งแบริเออร์ปิดกั้นถนนจริงหรือไม่ ชาวบ้านก็บอกว่ามีการตากจริง แต่แค่ 2 วันเท่านั้นไม่ได้ตากเป็นประจำ

โดยคุณป้า อายุ 47 ปี ยอมรับว่าตนเองที่เป็นคนนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีตดังกล่าว เมื่อวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงนั้นมีฝนตก ประกอบกับศูนย์ข้อมูลหมู่บ้านซึ่งเปิดให้ชาวนานำข้าวไปตากก็มีการจัดงานกฐิน ตนจึงจำเป็นต้องนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนคอนกรีตสายดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นถนนเลนเดียว เนื่องจากเห็นว่ายังมีถนนอีก 4 –5 เส้นซึ่งอยู่ไม่ห่างกันที่สามารถใช้สัญจรแทนได้ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร และตอนแรกตั้งใจว่าจะตากแค่วันเดียวก็จะเก็บ แต่กลับมีฝนตกลงมาซ้ำอีกตอนเย็นจึงต้องตาก 2 วัน

ส่วนแบริเออร์ที่นำมาปิดกั้นถนนเห็นวางอยู่แล้วในช่วงที่มีงานกฐิน จึงไปลากมาปิดกั้นถนนไว้เพราะกลัวรถจะไปเหยียบเมล็ดข้าวหักเสียหาย แต่ไม่ได้มีเจตนาจะปิดทางเข้า-ออก และเห็นหลายๆ หมู่บ้านเขาก็ตากข้าวบนถนนกัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นำข้าวมาตากบนถนน ปกติจะตากในลานศูนย์ข้อมูลไม่คิดจะกลายเป็นกระแสถึงขนาดนี้ รู้สึกเสียใจและขอโทษผู้ที่ใช้ถนนสัญจรด้วย แต่ก็อยากจะวิงวอนขอความเห็นใจแก่ชาวนาด้วย เพราะเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่ก็จะเก็บเกี่ยวพร้อมกันและก่อนจะนำไปขายหรือเก็บใส่ยุ้งก็ต้องตากให้แห้ง


ด้านนายเชื่อม เกรัมย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสองชั้น บอกว่า ในฐานะผู้นำชุมชนก็เห็นใจทั้งชาวนาและผู้ที่สัญจร หลังจากนี้ก็จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเบื้องต้นก็จะประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวขอความร่วมมือชาวนาให้นำข้าวไปตากตามลานของชุมชน หรือที่โล่งต่างๆ ที่สามารถตากได้ ส่วนถนนในหมู่บ้านก็ขอให้หลีกเลี่ยง แต่หากจำเป็นไม่มีที่ตากจริงๆ ก็ให้ใช้พื้นที่ตากแค่ฝั่งเดียว อีกฝั่งให้เว้นไว้สำหรับรถสัญจรไปมา อยากให้เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และควรจะพูดคุยสื่อสารกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก


ที่มา : 

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น