BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หลักคิดพระราชา พึงน้อมพิจารณา 'การศึกษาของชาติ'


สัปดาห์นี้เพื่อให้คนในชาติ ตระหนักถึงความเป็น “ผู้มีการศึกษา” จึงขออัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในหลวงร.9 มาให้น้อมพิจารณาดังนี้.

“ผู้มีการศึกษา” (the well educated) เป็นผลซึ่งเกิดจากเหตุที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวความคิดจาก “ผู้มีการศึกษา” ที่มีหลักคิดที่ถูกต้อง (proper) และเป็นผู้มีจิตสำนึก (conscious people) กระบวนการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้มีทั้งการอบรมบ่มเพาะอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาให้คิดอย่างเป็นระบบ (systematic thinking) คิดแบบบูรณาการ (integrated thinking) และคิดอย่างสร้างสรรค์ (creative thinking) ซึ่งต้องใช้เวลา 15-20 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเป็นเด็กเล็กที่พอจะรู้เดียงสาบ้าง และต่อเนื่องจนเติบโตจนเป็นเยาวชน

ครอบครัวและโรงเรียนมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน อีกทั้งชุมชนและสังคมต้องระมัดระวังการสร้างผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจต่อเด็กและเยาวชน เพราะเด็กและเยาวชนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ไม่อาจปฏิเสธด้วยเหตุผลใดๆ ว่าการศึกษาของชาติเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสารมวลชนทุกแขนงต้องนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่คอยอ้างแต่ให้ผู้รับสารใช้ “วิจารณญาณ” ทราบไหมว่าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 อธิบายความหมายของคำศัพท์ “วิจารณญาณ” ว่า ปัญญาที่สามารถรู้หรือให้เหตุผลที่ถูกต้องได้ ในประเทศไทย “ผู้มีวิจารณญาณ” จะมีกันสักกี่คน

เพื่อให้คนในชาติได้ตระหนักถึงความเป็น “ผู้มีการศึกษา” ของเด็กและเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า จึงขออัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาให้ได้น้อมพิจารณาดังต่อไปนี้


พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 13 ธ.ค. 2505 ความว่า “…การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่งของมนุษย์ คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้รับการสั่งสอนจากบิดามารดา อันเป็นความรู้เบื้องต้น เมื่อเจริญเติบใหญ่ขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของครูและอาจารย์สั่งสอนให้ได้รับวิชาความรู้สูง และอบรมจิตใจให้พร้อมด้วยคุณธรรม เพื่อจะได้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบไป…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 12 ธ.ค. 2512 ความว่า “…งานด้านการศึกษาเป็นงานสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาตินั้น ขึ้นอยู่กับการศึกษาของพลเมืองเป็นข้อใหญ่ ตามข้อเท็จจริงที่ทราบกันดีแล้ว ระยะนี้บ้านเมืองของเรามีพลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นด้วยว่า พลเมืองของเราบางส่วนเสื่อมทรามลงไปในความประพฤติและจิตใจ ซึ่งเป็นอาการที่น่าวิตกว่า ถ้าหากยังคงเป็นอยู่ต่อไป เราอาจเอาตัวไม่รอด ปรากฏการณ์เช่นนี้นอกจากเหตุอื่นแล้ว ต้องมีเหตุมาจากการศึกษาด้วยอย่างแน่นอน จึงพูดได้เต็มปากแล้วว่า เราจะต้องจัดงานด้านการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น…” 

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 29 พ.ย. 2514 ความว่า “...การให้การศึกษาอีกขั้นหนึ่ง คือ การสอนและการฝึกฝนให้เรียนรู้วิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นไป พร้อมทั้งการฝึกฝนให้รู้จักใช้เหตุผล สติปัญญา และหาหลักการชีวิต เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ความเจริญงอกงาม ทั้งทางกายและทางความคิด ผู้ทำงานด้านการศึกษาจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ และได้รับความยกย่องเป็นอย่างสูงตลอดมา ในฐานะที่เป็นผู้ให้ชีวิตจิตใจตลอดจนความเจริญทุกอย่างแก่อนุชน…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 27 พ.ย. 2515 ความว่า “...การให้การศึกษานั้น กล่าวโดยจุดประสงค์ที่แท้จริง คือการสร้างสรรค์ความรู้ ความคิด พร้อมทั้งคุณสมบัติและจิตใจที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นในตัวบุคคล เพื่อช่วยให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงและราบรื่น ทั้งสามารถบำเพ็ญประโยชน์สุขเพื่อตน เพื่อส่วนรวมได้ตามควรแก่อัตภาพ ผู้ทำหน้าที่ด้านการศึกษาทุกฝ่ายทุกระดับ ควรจะได้มุ่งทำงานเพื่อวัตถุประสงค์นี้ยิ่งกว่าสิ่งใด…”


พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 28 พ.ย. 2515 ความว่า “...การให้การศึกษาที่ดีนั้น เป็นงานที่ละเอียดลึกซึ้งมาก จำเป็นต้องใช้ความรอบรู้อันกว้างขวาง ใช้ความสุขุมรอบคอบ ประกอบด้วยความตั้งใจและความเพียรพยายามอย่างแรงกล้า จึงจะทำได้สำเร็จ…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา พิษณุโลก 21 พ.ย. 2516 ความว่า “...การให้การศึกษานั้น คือ การแนะนำส่งเสริมบุคคลให้มีความเจริญงอกงามในการเรียนรู้ การคิดอ่าน การกระทำตามอัตภาพของตนโดยมีจุดมุ่งหมาย ในที่สุดให้สามารถนำเอาคุณสมบัติทั้งปวงที่มีในตัวออกมาใช้ ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตนเกื้อกูลผู้อื่นได้ โดยสอดคล้องไม่ขัดแย้งเบียดเบียนกัน เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันเป็นสังคมเป็นประเทศได้…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 20 มิ.ย. 2520 ความว่า “...การให้การศึกษาถือว่าเป็นการให้สิ่งสำคัญที่สุด เพราะเป็นการหล่อหลอมวางรูปแบบให้แก่อนุชน ทั้งทางความรู้ความสามารถ ทั้งทางจิตวิญญาณ ผู้มีหน้าที่ให้การศึกษาทุกตำแหน่งหน้าที่ จึงมีความรับผิดชอบอย่างยิ่งต่อชาติบ้านเมือง ในการสร้างพลเมืองที่ดี…”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 21 ก.ค. 2525 ความว่า “...การศึกษาเพิ่มเติมที่แต่ละคนพึงกระทำนั้น กล่าวได้ว่ามีอยู่สองทาง ทางหนึ่งคือศึกษาค้นคว้าจากตำรับตำรา และวิเคราะห์วิจัยตามระบบและวิธีการ ที่ปฏิบัติกันในมหาวิทยาลัย อีกทางหนึ่งคือสดับตรับฟัง สังเกต จดจำจากการกระทำคำพูดของบุคคล รวมทั้งเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่ได้ประสบผ่าน แม้แต่อุปสรรคความผิดพลาดของตนเอง ก็อาจนำมาคิดพิจารณาให้เป็นบทเรียนที่ทำให้เกิดความรู้ ความคิด ความฉลาด ได้ทั้งสิ้น…”

พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัล 2527 ความว่า “…การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วน ล้วนพอเหมาะกันทุกๆ ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด…”



ขอบคุณที่มาจาก :  คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 


« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น