BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เร่งช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย กรมส่งเสริมการเกษตรส่งทีมสำรวจพื้นที่หลังน้ำลด


นายสำราญ สาราบรรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาจนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบปัญหาอุทกภัย

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร แบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็นเขตอำเภอ โดยให้เกษตรอำเภอติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานให้เกษตรจังหวัดทราบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ อย่างทันต่อสถานการณ์ รวมถึงประสานงานปฏิบัติการร่วมกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ ลงพื้นที่อำนวยความสะดวก ร่วมให้การช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนสำรวจผลกระทบทางการเกษตรที่เกิดจากอุทกภัยทันทีหลังน้ำลด เพื่อสำรวจ/ประเมินความเสียหายเบื้องต้นของพื้นที่เกษตรกรที่ประสบภัย ล่าสุดมีรายงานจากพื้นที่ซึ่งคาดว่าอาจมีเกษตรกรได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ราว 14,479 ราย ใน 2 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 5 อำเภอ คือ เมืองฯ ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย และกุยบุรี รวม 8,363 ราย และชุมพร จำนวน 3 อำเภอ คือ เมืองฯ ท่าแซะ และสวี รวม 6,116 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ย. 2561) ทั้งนี้ ใน 2 จังหวัดดังกล่าวดำเนินการเปิดศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยด้านการเกษตรแล้ว เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสำรวจพื้นที่การเกษตรทันทีที่น้ำลด

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรมส่งเสริมการเกษตรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 โดยมีหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย ตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ได้แก่ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท ทั้งนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติ และผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือฯ เกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) โดยให้ผู้นำท้องถิ่นรับรอง ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และพื้นที่เสียหายจริง เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป



ที่มา : 

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น