BREAKING NEWS
latest

728x90


468x60

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชุมพร-เจ้าของตัดสินใจโค่นทิ้งยางพาราหมดสวนหลังราคาดิ่งเหวกู่ไม่กลับ



เจ้าของสวนยางพาราที่จังหวัดชุมพร ตัดสินใจจ้างผู้รับเหมาตัดขายต้นยางพาราทั้งหมดกว่า 700 ต้น บนพื้นที่ปลูก 20 ไร่  หลังเผชิญกับวิกฤติราคายางตกต่ำ 2-3 ปีติดต่อกันไม่ไหว ขณะที่ร้านขายปุ๋ย และ อุปกรณ์การเกษตร ครวญรายได้ตกตามไปด้วย ขายไม่ได้สักกระสอบ จำเป็นต้องลด-เลิกจ้างพนักงานเพื่อพยุงธุรกิจ

นายประสิทธิ์ รุ่งเรือง หรือ ลุงสิทธิ์ อายุ 75 ปี เจ้าของสวนยางพารากว่า 20 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านน้ำฉาล่าง ตำบลครน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เล่าว่าทำสวนยางพารามา 20 ปีแล้ว มาเจอวิกฤติราคายางตกต่ำเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันยังจ้างคนงานตัดโดยขายเป็นขี้ยางราคากิโลกรัมละ 21-22 บาท 3 กิโลกรัมไม่ถึง 100 บาท ซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัม ยังไม่ได้เลย มิหนำซ้ำต้องแบ่งรายได้กับลูกจ้างคนละครึ่งอีกลำบากแสนเข็น ก่อนหน้านี้ยังพอสู้ แต่ราคายางมีแต่จะดิ่งเหวกู่ไม่กลับ สุดท้ายตัดสินใจให้ผู้รับเหมามาตีราคาไม้ยางทั้งหมด 20 ไร่ กว่า 700 ต้น เพื่อตัดขายไม้ทิ้ง แต่ยังไม่ได้วางแผนว่าจะปลูกพืชอะไรทดแทน เพราะปลูกมะพร้าว ปลูก ราคาผลผลิตต่ำมากเหมือนกัน ซึ่งระหว่างนี้กำชับคนงานตัดยางให้ได้น้ำยางออกมามากที่สุด ไม่ต้องห่วงเรื่องหน้ายางจะพัง เพราะจะขายต้นแล้ว



ลุงสิทธิ์ บอกด้วยว่า เมื่อตัดสินใจตัดต้นยางทิ้งขายไม้ ยังมาถูกผู้รับเหมาที่มาซื้อไม้กดราคาให้ต่ำอีกโดยผู้ซื้อบอกว่าทำงานตัดไม้ 10-15 วัน ได้เงินแค่ 4-5 หมื่นบาท กำไรน้อยๆไม่คุ้ม ซึ่งตนเองรู้สึกเสียดายแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

นอกจากปัญหายางพาราราคาตกต่ำแล้ว ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ประกอบการค้าปุ๋ย และ อุปกรณ์การเกษตร ที่จำเป็นต้องดิ้นเอาตัวรอด โดยขณะนี้ต้องงดปล่อยสินเชื่อปุ๋ยให้ชาวสวน และ เลิกจ้างพนักงานเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ บรรยากาศร้านค้าต่างเงียบเหงา

โดย น.ส.กาญจนา องอาจ วัย 51 ปี เจ้าของร้าน ทอง-ทอง ดอนหว้าการเกษตร บอกว่า เปิดร้านมากว่า 10 ปี ปัจจุบันการค้าขายค่อนข้างแย่มาก บางวันขายปุ๋ยใส่ต้นยางพารา ปาล์มน้ำมัน แทบไม่ได้สักกระสอบ ผิดกับช่วงที่ราคาดี อย่างน้อย 3 เดือนใส่ปุ๋ย 1 ครั้ง หลังจากเจอวิกฤติราคาพืชสวนตกต่ำ ได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะ เงินหมุนไม่ทัน ราคาปุ๋ยต้นทุนสูงขายไม่ค่อยมีกำไรอยู่แล้วยังมาเจอแบบนี้ของก็ขายไม่ได้ ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเงินจ้างลูกน้อง ค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ จึงจำเป็นต้องลดพนักงาน จ้างไว้เท่าที่จำเป็น เหลือเพียงเสมียน 1 คน และพนักงานยกสินค้า 1 คนเท่านั้น งานที่เหลือก็ช่วยกันภายในครอบครัว

นางสาวกาญจนา กล่าวอีกว่าเมื่อก่อนทางร้านปล่อยเครดิตให้กับชาวสวนแต่ ณ ปัจจุบันทางร้านไม่สามารถให้ได้ เพราะหลังจากพืชเกษตรตกต่ำ ทำให้ตัวแทนบริษัท จำหน่ายปุ๋ย เข้มงวดเรื่องการเงินมากขึ้น ทางร้านจึงไม่กล้าขายเครดิต กลัวเรียกเก็บเงินจากชาวสวนลำบาก จึงขอขายเป็นเงินสดอย่างเดียว หรือถ้าพลาดท่าอย่างไรบริษัทปุ๋ย มาเห็นอย่างน้อยก็ยังมีสินค้าอยู่ 


ที่มา : http://news.ch3thailand.com

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น