BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กกต. ตั้งท่าสอบ "บิ๊กตู่" แจกเงินคนจน บอกแม้ไม่ผิดก็ต้องทำ !!


‘กกต.’ตั้งท่าสอบ’บิ๊กตู่’ แจกเงินคนจน บอกแม้ไม่ผิดก็ต้องทำ
นายกฯออกเยี่ยมชาวกทม. เดินหน้าสวัสดิการแห่งรัฐ

“ประยุทธ์” ลุยตรวจกทม.ร่วมเคารพธงชาติพร้อมนักเรียน ผู้ปกครอง รร.วัดศรีบุญเรือง ยืนยันไม่เลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอบคุณชาวบ้านต้องการให้เป็นนายกฯต่อไป ด้านประธานกกต.ส่องกล้องบัตรคนจนส่อหาเสียงหรือไม่ ระบุถึงไม่ผิดก็ต้องสอบ “พปชร.” อัดเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ มือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำ แนะให้ใช้นโยบายหาเสียงเลิกบัตรคนจนไปเลย

เมื่อเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ กทม.(กลุ่มกรุงเทพตะวันออก เขตบางกะปิ สะพานสูง คลองสามวา มีนบุรี) จุดแรกมายังโรงเรียนวัดศรีบุญเรือง เขตบางกระปิ ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติร่วมกับนักเรียน ผู้ปกครองและประชาชน พร้อมมอบหมวกกันน็อกตัวแทนนักเรียน เพื่อรณรงค์สร้างวินัยจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน

และกล่าวให้โอวาทและทักทายประชาชนว่า ขอสวัสดีเด็กๆผู้ปกครองที่มาพบกันในวันนี้ เป็นการมาเยี่ยมเยียน มาดูปัญหาอุปสรรคการทำงานว่าควรจะต้องปรับแก้ตรงไหนบ้างซึ่งพื้นที่นี้มีประชาชนหลายกลุ่มหลายศาสนา แต่อยู่กันด้วยความรักความสามัคคี เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่กันด้วยพหุสังคม ที่มีความหลากหลายอยู่กันด้วยสันติความสุข

ยืนยันรัฐต้องดูแลทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การที่นายกฯไปทุกจังหวัด เพื่อไปดูแลคนไทย ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการดูแลด้านสาธารณสุขและด้านอื่นๆ ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้คนไทยมีความสุขที่ดีขึ้น แต่ต้องอาศัยเวลาถ้าทำมาก่อนหน้านี้ประเทศคงไปไกลแล้ว แต่ตอนนี้เพิ่งจะสตาร์ท ดังนั้นอยากให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้ ทำไมรัฐบาลจะไม่อยากให้พวกเรามีสตางค์ แต่มันต้องทำให้ถูกต้อง

“เงินที่ให้500-1,000บาท เพื่อลดภาระให้ประชาชน ซื้อของใช้ในครัวเรือนกะปิ น้ำปลา ร้านไหนที่มีเครื่องอ่านบัตรสวัสดิการก็ซื้อได้หมด อย่าให้ใครไปบิดเบือนว่า ไปซื้อของคนรวย เอื้อประโยชน์คนรวย ของที่เป็นขนาดใหญ่เอกชนเป็นผู้ผลิต รัฐบาลก็ไปขอความร่วมมือ ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปให้เขา ฉะนั้นใครมีอะไรจะขายก็เสนอมาแต่ต้องอยู่ในราคาที่เหมาะสม อยากให้เข้าใจตรงนี้’ นายกฯกล่าว

ทั้งระบุว่า ตนทำทำงานด้วยความอดทน งานที่ทำวันนี้จะสานต่อในวันหน้า โดยรัฐบาลที่เข้ามาใครจะเป็นต่อก็ยังไม่รู้ ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง ถ้าเราไม่เริ่มไว้ก็จะกลับไปที่เดิม ดังนั้น 20ปีข้างหน้าเราจะต้องพ้นรายได้กับดักปานกลาง เราจะต้องสูงขึ้น ไม่ใช่เตี้ยอยู่อย่างนี้ โดยจะต้องเสริมฐานรากให้เข้มแข็งและดันขึ้นสู่ที่สูง ถ้าทุกคนขออย่างเดียว แต่ไม่พูดถึงว่ารัฐบาลจะได้เงินมาจากตรงไหน มันก็ไม่ได้ รัฐบาลได้เงินมาจากภาษีประชาชน ซึ่งภาษีที่ได้มาไม่พอกับการจ่ายก็ต้องเอางบกลางมาใช้

เยือนตลาดเมืองมีนบุรี

ต่อมาในช่วงเที่ยง พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางมาตลาดมีนบุรี เขตมีนบุรี ตรวจเยี่ยมแผงค้าและพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน โดยมีประชาชนชนต้อนรับกว่า 1,000 คน ทั้งนี้นายกฯยังได้ลงมือทำผัดไทยกุ้งสด พร้อมกับชิมฝีมือการผัดของตัวเอง และยกนิ้วโป้งบอกว่า “ไม่เคยกินผัดไทยที่ไหนอร่อยเท่านี้”

ก่อนเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด รวมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าในตลาด โดยประชาชนยังได้มอบดอกไม้ให้กับนายกฯ และตะโกนให้กำลังใจบอกให้สู้ๆ ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ตลาดมีนบุรี นายชาญวิทย์ วิภูศิริ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตมีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ได้มาต้อนรับนายกฯด้วย

เชียร์ประยุทธ์เป็นนายกฯ

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่ารัฐบาลดูแลด้วยความเท่าเทียมให้ทุกคนมีโอกาสถ้ามีเสถียรภาพทางการเมือง ไม่มีประท้วง ไม่มีตีกันไม่มีขัดแย้งเรื่องประชาธิปไตยหรือการเมือง บ้านเมืองก็ไปต่อได้

“ คราวหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้ขอแค่ให้ตัวกับหัวใจมาพอแล้ว ยืนยันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีวันเลิก เราจะทำต่อไปและอย่าคิดว่ารัฐบาลทำแล้วจะได้ประโยชน์ เพราะการดำเนินการอะไรรัฐบาลระวังที่สุด และไม้ได้คิดทำเพื่อสืบทอดอำนาจ เป็นสืบทอดอำนาจเพื่อพวกท่านไม่ใล่เพื่อตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ประชาชนได้ตะโกนให้เป็นนายกฯคนต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าไม่สงสารตนบ้างหรือ ตนก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเป็นนายกฯกัน ซึ่งการจะให้ตนเป็นนายกฯต้องไปดูว่ากฎหมาย และกติกาเขียนว่าอย่างไร ทั้งนี้ ขอให้ภูมิใจในความเป็นไทย อย่าให้ร้ายประเทศตัวเอง อย่าทำร้ายกันเอง วันนี้ต่างชาติเข้าดูสถานการณ์ในประเทศอยู่ อย่ากลับไปที่เดิม วันนี้เราสามารถไปไหนก็ได้สัญจร ไปมาไหนก็ได้ รถติดก็เป็นเรื่องธรรมดาดีกว่าไปปิดถนนไม่มีอีกแล้ว เลิกได้แล้ว

พปชร.ตามสับ”พท-ปชป.”

นายอนุชา นาคาศัย กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)และพรรคเพื่อไทย(พท.)โจมตีนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า นโยบายเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นนโยบายที่ดี ซึ่งต้องขอชื่นชมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐบาลที่เห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยและยังยากลำบากอยู่ รวมทั้งยังให้การดูแลผู้สูงอายุ นับว่าท่านนายกฯ มีความเมตตา เห็นอกเห็นใจต่อผู้มีรายได้น้อย ต่อพี่น้องคนยากคนจน และคนชราอย่างมาก จึงหาทางช่วยบรรเทาความทุกข์ให้คนเหล่านั้น

ทั้งนี้ อาจจะมีบางคน บางพรรคการเมือง ไม่เห็นด้วย ซึ่งตนอยากถามว่า พวกท่านมีจิตใจเช่นไรที่คิดและออกมาพูดอย่างนั้น เพราะในขณะที่พวกท่านเป็นรัฐบาลท่านก็ยังไม่เคยคิดที่จะทำและตอนนี้มีผู้ที่คิดจะทำสิ่งที่บรรเทาความทุกข์ยากลำบากให้กับพี่น้องคนยากคนจน คนสูงอายุ ท่านก็ยังออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่รู้ว่า จิตใจของท่านทำด้วยอะไร ถ้าแน่จริงก็ประกาศเป็นนโยบายของพรรคตัวเองไปเลยว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกนโยบายเหล่านี้ที่ช่วยเหลือคนยากคนจนกว่า 14.5 ล้านคน แล้วมาคอยดูกันว่า ในวันเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 คน 14.5 ล้านคนเหล่านี้จะเลือกท่านไหม

กกต.จ้องสอบแจกเงินคนจน

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงข้อสังเกตกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติงบประมาณหลายหมื่นล้าน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ถือเป็นการหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ เนื่องจากรัฐมนตรีในรัฐบาลอยู่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า หากพบว่าเป็นการอนุมัติงบประมาณที่เข้าข่ายการหาเสียงล่วงหน้า สำนักงาน กกต.จะเป็นผู้ตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน หากเห็นว่ามีมูลความผิด ก็จะส่งมาให้คณะกรรมการ กกต.ได้พิจารณา เพื่อตั้งกรรมการไต่สวนต่อไป ซึ่งโดยกระบวนการแล้ว สำนักงาน กกต.จะเข้าไปตรวจสอบ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องเรียน

และกรณีนี้เชื่อว่าจะต้องตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.อยู่แล้ว โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดที่ดำเนินการแล้วเข้าข่ายผิดกฎหมาย กกต.จะเข้าไปติดตามตรวจสอบอยู่เสมอ แม้สุดท้ายแล้ว ผลการตรวจสอบจะไม่ถือว่าผิดกฎหมายก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ใดพบว่ามีมูลความผิด ก็สามารถส่งข้อมูลมาที่ กกต.ได้

ส่วนการตรวจสอบกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบจากสำนักงาน กกต.ตามปกติ ยังไม่ถึงขั้นตอนที่คณะกรรมการ กกต.จะมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้ขอข้อมูลที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์จากผู้ที่เกี่ยวข้อง



ที่มา : 

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น