BREAKING NEWS
latest

728x90



468x60


วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

"ขอนแก่น 80" ทางเลือกใหม่มะละกอทานสุก


มะละกอเป็นผลไม้ยอดนิยมชนิด หนึ่งของคนทั่วโลก สามารถขึ้นได้ดีในเขตร้อนและกึ่งร้อน รวมทั้งประเทศไทยที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมสามารถปลูกมะละกอคุณภาพดีส่งไปขายต่างประเทศได้ แต่ปริมาณการส่งออกในปัจจุบันไม่มากนัก ส่วนใหญ่ 90% ใช้บริโภคภายในประเทศ แต่ในอนาคตมะละกอน่าจะเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจได้ 

“มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80” ได้มาจากการผสมพันธุ์ของมะละกอ 2 พันธุ์ คือ Florida Tolerant (Florida Tolerant เป็นมะละกอที่มีดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่คนละต้น(Dioecions) มีผลขนาดเล็กกลม น้ำหนัก 400-700 กรัม เมื่อสุกมีสีเหลืองส้ม ผลสุกเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือน มีความทนทานต่อโรคจุดวงแหวนดีมาก) และ แขกดำ (มะละกอพันธุ์แขกดำ มีการปลูกแพร่หลายในประเทศ ไทย คนไทยคุ้นเคยนิยมรับประทานทั้งผลดิบและผลสุก เป็นพันธุ์ที่มีทั้งต้นที่เป็นเพศผู้ ต้นเพศเมีย และต้นสมบูรณ์เพศ (กะเทย) โดยต้นกะเทยให้ผลยาวเรียว เป็นผลขนาดกลาง 1-1.3 กก. ผลดิบเนื้อแน่นกรอบ ผลสุกมีเนื้อสีแดงส้ม อย่างไรก็ตามมะละกอแขกดำมีความอ่อนแอต่อโรค)

ลักษณะเด่นของมะละกอ “ขอนแก่น 80” จากผลการศึกษาการปลูกมะละกอขอนแก่น 80 พบว่า มีการเจริญเติบโตทั่วไปดีและสม่ำเสมอ ดอกแรกบานเมื่ออายุ 74 วัน และติดผลแรกเมื่ออายุ 81 วัน ความสูงเมื่ออายุ 7 เดือน เฉลี่ย 132 ซม. ผลแรกเริ่มสุกเมื่ออายุ 7 เดือน หลังย้ายปลูก มีรูปร่างผลสม่ำเสมอเป็นรูปรี ส่วนหัวเล็กก้นปล่อง (pear shaped) น้ำหนักผลเฉลี่ย 0.77 กิโลกรัม ผลสุกเนื้อสีแดงส้ม รสชาติหวานหอม ความหวานเฉลี่ย 13-15 บริกซ์ ผลผลิตเท่ากับ 6,036.8 กก./ไร่ มีความทนทานต่อโรคจุดวงแหวนดี คือ แสดงอาการเหลืองด่างที่ใบ แต่ไม่มีอาการที่ผล นอกจากนี้ ผลมีผิวเป็นมัน เปลือกหนา จึงทนทานต่อการขนส่งได้ดี เนื้อแน่น และหลังการเก็บเกี่ยวสุกช้ากว่าพันธุ์แขกดำและแขกดำท่าพระ

ผลมีขนาดเล็ก เหมาะที่จะผ่าและใช้ช้อนตักรับประทานเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีมาก รสหวานจัด มีกลิ่นหอม มีศักยภาพที่จะเป็นพันธุ์แนะนำและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าทางเลือกหนึ่งได้ จากที่สวนคุณลี อ.เมือง จ.พิจิตร โทร.08-1886-7398 มีการนำพันธุ์มะละกอขอนแก่น 80 มาปลูกหลายปี พบว่า สายพันธุ์ ขอนแก่น 80 มีคุณภาพดีเด่นใกล้เคียงกับพันธุ์แขกดำศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพันธุ์การค้าในปัจจุบัน แต่เป็นพันธุ์ผลขนาดกลาง และปัจจุบันทั้งคนไทยและต่างประเทศนิยมรับประทานมะละกอสุกผลเล็ก เนื้อสีแดง ดังนั้น มะละกอสายพันธุ์ ขอนแก่น 80 ที่มีความดีเด่นในแง่ความหวานและขนาดของผลที่เล็กกว่า เหมาะต่อการปลูกเพื่อจำหน่ายสำหรับบริโภคสุกเป็นอย่างมาก

 การเลือกพื้นที่ปลูกและการเตรียมดิน ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือร่วนปนเหนียว ต้นมะละกอไม่ชอบน้ำขัง จะทำให้โคนต้นเน่าตายได้ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมแรง การทำสวนขนาดใหญ่ควรปลูกไม้กันลมไว้ เช่น ไผ่ , กล้วยหิน มะละกอจะเจริญเติบโตได้ดีถ้าได้รับแสงแดดเต็มที่จึงไม่ควรปลูกถี่หรือชิดเกินไป ไถพื้นที่เพื่อปราบวัชพืช 2 ครั้ง ครั้งแรกไถกลบ ครั้งที่ 2 ไถพรวนย่อยดินให้ร่วน โดยทั่วไปใช้ระยะ 2.5x2.5 เมตร ขุดหลุมสี่เหลี่ยม ผสมดินปากหลุมกับปุ๋ยคอกประมาณครึ่งปี๊บ ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 20 กรัมต่อหลุม ไม่ควรปลูกลึกจะทำให้รากเน่า ปลูกหลุมละ 2-3 ต้น เมื่อมะละ กอแสดงเพศแล้วจึงถอนแยกทีหลังให้เหลือต้นกะเทยไว้หลุมละ 1 ต้น การให้น้ำ ในช่วงปลูกใหม่ ๆ ควรให้น้ำ 2-3 วันต่อครั้ง ในช่วงติดผลมะละกอต้องการใช้น้ำมาก หากขาดน้ำจะทำให้ดอกร่วงผลไม่สมบูรณ์ การให้น้ำจะทำให้มะละกอมีผลผลิตสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ดินหรือสภาพทั่วไปของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



ที่มา : 


« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น