BREAKING NEWS
latest

728x90


468x60

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เกษตรกรอินเดีย "ฆ่าตัวตายปีละ7พันคน" เหตุเป็นหนี้เพราะปลูกพืชGMO


19 พ.ย. 2561 โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปข่าว “India's Cotton Farmer Suicides” จากเฟซบุ๊คแฟนเพจ “RTD Documentary Channel” ซึ่งเป็นช่องสารคดีในเครือสำนักข่าว RT (Russian Today) ของรัสเซีย เนื้อหาว่าด้วยเกษตรกรชาวอินเดียฆ่าตัวตายปีละ 7,000 คน จากปัญหาหนี้สินทางการเกษตร และการรุกเข้ามาของการเกษตรสมัยใหม่ที่เกษตรกรเสียเปรียบนายทุนอย่างรุนแรง

รายงานข่าวชิ้นนี้ระบุว่า เกษตรกรผู้ทำไร่ฝ้ายในอินเดียตัดสินใจดื่มสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อปลิดชีพตนเอง แม้จะเจ็บปวดทรมานเป็นเวลานานกว่าจะสิ้นใจก็ตาม ด้วยเหตุไม่อาจแบกรับหนี้สินที่ล้นพ้นตัวประกอบกับราคาฝ้ายที่ตกต่ำ อาทิ วิเจีย กุมารอัศวะ (Vigea Kumaraswa) หญิงหม้ายรายหนึ่ง เล่าว่า เธอได้เห็นสามีกำลังดื่มยาพิษนั้นต่อหน้าต่อตาและเสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนชาวบ้านอีกรายเล่าว่า เมื่อเกษตรกรเห็นคนของธนาคาร ด้วยความกลัวถูกยึดทรัพย์สินจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย

อินเดียนั้นมีการปลูกฝ้ายโดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ต้นทุนมีราคาแพงกว่าเมล็ดพันธุ์ปกติ เพราะต้องการน้ำ ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณสูง โดย ประภาคาร เยลากนดา (Prabhakar Yelagonda) เกษตรกรรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เขาต้องลงทุน 9 หมื่นรูปี หรือราว 45,000 บาท แต่กลับได้ผลตอบแทนกลับมาเพียง 2 หมื่นรูปี หรือราว 10,000 บาทเท่านั้น 

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า บริษัทอุตสาหกรรมเกษตรยักษ์ใหญ่หลายแห่งมีอิทธิพลอย่างสูงในภาคเกษตรของอินเดีย นายทุนเหล่านี้ขายเมล็ดพันธุ์ GMO ให้เกษตรกรอินเดีย จนเมล็ดพันธุ์ปกติถูกทำให้หายไปจากตลาด โดย คิรันกุมาร วิสสา (Kirankumar Vissa) นักวิทยาศาสตร์การเกษตรของอินเดีย อธิบายว่า ทุนเกษตรยักษ์ใหญ่ได้จ่ายเงินให้ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เจ้าดังในอินเดีย เพื่อให้เขียนบทความและถ่ายภาพในเชิงโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้เมล็ดพันธุ์ GMO ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ตัวเลขเกษตรกรที่ฆ่าตัวตายในอินเดียนั้นรัฐบาลแดนภารตะระบุว่าอยู่ที่ 7,000 คนต่อปี แต่องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) เชื่อว่ามีมากกว่านั้น อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี 2559 ที่มีการณรงค์ในอินเดียให้เกษตรกรหันมาฟื้นฟูการเพาะปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์พื้นเมือง ทุนยักษ์ใหญ่ที่เคยครอบงำก็ค่อยๆ หายไป แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายราว 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 พันล้านบาท ในการเปลี่ยนวิธีทำการเกษตรดังกล่าว

ขอบคุณเรื่องจาก https://www.facebook.com/RTDocumentary/videos/2059693324087266/
ที่มา : 

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น