BREAKING NEWS
latest

728x90

ad

468x60

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บลจ.ธนชาต คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าโต 3.8% รับแรงหนุนในประเทศ ทั้งเลือกตั้ง-ท่องเที่ยวฟื้น


นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2562 เชื่อว่าจะยังขยายตัวได้ดี ซึ่งในประเทศมีปัจจัยที่ยังทำให้ขยายตัวได้ ทั้งการเลือกตั้งมองว่าเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2562 ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงเป็นความผันผวนที่เกิดนอกประเทศ โดยเฉพาะสงครามการค้า ที่มองว่ามีความผันผวนสูง และอาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย

นายโชติช่วง ธีรขจรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์มหภาค กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2562 ประเมินว่ามีแนวโน้มขยายตัวชะลอตัวเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าปี 2562 จะขยายตัว 3.8% แรงหนุนหลักมาจากการจ้างงานในประเทศที่ขยายตัวระดับสูงในหลายอุตสาหกรรม และราคาสินค้าเกษตรเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากปรับตัวดีขึ้น ส่วนการลงทุนภาครัฐยังมีทิศทางการขยายตัวต่อเนื่องจากปีนี้หลังจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่หลายโครงการจะเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี 2562 ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเอกชนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนตามมา

ส่วนปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมาจากสถานการณ์ในต่างประเทศ ทั้งปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการการขึ้นภาษีนำเข้า และกาขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว ทำให้ภาคการส่งออกของไทยเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัว และราคาน้ำมันยังคงปรับตัวผันผวนสำหรับการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน มีแนวโน้มผันผวน จากความไม่แน่นอนในนโยบายทางการเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และการขยายตัวเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางชะลอตัวลง ประกอบกับทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

“คาดว่า ดัชนีหุ้น (SET Index) ในปีหน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบที่ 1,620-1,850 จุด จะซื้อขายบน P/E ที่ประมาณ 15-16 เท่า แม้ว่า P/E ตลาดหุ้นไทยอาจไม่ได้ต่ำมากเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่ปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศมีน้อยกว่า ประกอบกับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่น่าจะน้อยกว่าในปีนี้ สำหรับอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตได้อย่างโดดเด่น ได้แก่ อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภค นอกจากนั้นยังมีปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้จากค่าเงินบาทที่อ่อนลง เพราะเชื่อว่าในช่วงไตรมาส 1/2562 ค่าเงินบาท จะแกว่งตัวระหว่าง 32.00-33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หุ้นไทยในปีหน้ายังคงน่าสนใจ”

อย่างไรก็ดี ในเดือนต.ค. 2561 บลจ.ธนชาต มียอดลงทุนสุทธิตั้งแต่ต้นปีในกองทุนหุ้นไทยเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ทำให้ขณะนี้ธุรกิจกองทุนรวมมีสินทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 203,470 ล้านบาท ส่วนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 13,734 ล้านบาท และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ที่ 15,972 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้ ณ สิ้นปี 2561 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เท่ากับ 2.3 แสนล้านบาท และในปี 2562 ตั้งเป้าหมายเติบโต 10% ซึ่งจะเน้นในหุ้นไทย



ที่มา:

« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น