BREAKING NEWS
latest

728x90

ad satang pro referral

468x60

ad satang pro referral

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561

ปัญหาการนอน "นอนดึก ตื่นสาย" ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย




ปัญหาการนอนหลับ (ตอนที่ 6) นอนดึกตื่นสาย ทำลายภูมิคุ้มกันร่างกาย (หมอชาวบ้าน)
โดย แพทย์แผนจีน นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล
หลังจากตรากตรำงานหนักมาตลอด 5 วัน ต้องตื่นเช้าไปทำงาน หรือเรียนหนังสือ ดังนั้น พอถึงเย็นวันศุกร์-เสาร์ ชีวิตของคนทำงานหรือคนในเมืองส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อน ดูโทรทัศน์ ดูหนัง ท่องอินเทอร์เน็ต นัดสังสรรค์ เที่ยวกลางคืนจนดึกดื่นเลยเที่ยงคืน แล้วนอนเต็มที่ วันรุ่งขึ้น ตื่นนอนตอนสาย บางคนเลยเที่ยงวันไปก็มี ไม่ต้องกินมื้อเช้า
น่าเป็นห่วงว่าเด็กสมัยนี้จำนวนมากมีวิถีชีวิตแบบนี้ โดยเฉพาะเด็กมหาวิทยาลัย (วันเสาร์-อาทิตย์ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปกวดวิชาเหมือนตอนอยู่ประถมหรือมัธยม)
บางคนสำคัญผิดคิดว่า นี่คือวันแห่งเสรีภาพที่ได้รับการปลดปล่อยประจำสัปดาห์ นอนให้อิ่มไปเลย อาหารเช้าไม่ต้องกิน แถมยังเป็นการลดความอ้วนไปในตัว แต่หารู้ไม่ว่าวิถีชีวิตแบบนี้คือการบั่นทอนและทำลายร่างกายไปโดยไม่รู้ตัว เป็นปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในอนาคต

การนอนตื่นสายผิดวิถีธรรมชาติ
ในช่วงเช้า 05.00-07.00 น. รุ่งอรุณ ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ฟ้าเริ่มสว่าง ประตูแห่งดินได้เปิดขึ้น ร่างกายมนุษย์มีรูทวารหนักเสมือนประตูแห่งดินก็จะเปิดเช่นกัน (ลำไส้ใหญ่พร้อมจะบีบตัว เพื่อขับของเสียที่ผ่านการทำลายของตับมาแล้ว ขจัดออกจากร่างกายทางการขับอุจจาระและปัสสาวะ)
วัฏจักรของการทำงานรอบใหม่ ความจริงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 03.00-05.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่พลังร่างกายกำลังผันแปรจากการสะสมที่หยุดนิ่ง สู่การเคลื่อนไหวกระจายพลังไปยังอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งตรงกับการทำงานของอวัยวะปอดนั่นเอง
การตื่นสายโดยเฉพาะหลัง 09.00 น. จนถึงเที่ยงหรือบ่าย บางคนเข้าใจผิด มองว่าทำให้มีการพักผ่อนเต็มที่ชดเชยการพักผ่อนไม่เพียงพอในวันก่อน ๆ ไม่ต้องกินอาหารมื้อเช้า เท่ากับเป็นการลดน้ำหนักไปในตัว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก

ผลเสียอะไรที่จะตามมา ถ้านอนดึก และตื่นสายมาก ๆ
ความเข้าใจผิดข้อหนึ่งของคนทั่วไปคือ คิดว่าการนอนหลับสามารถชดเชยได้ ด้วยการนอนให้พอ 8-10 ชั่วโมง เช่น ถ้านอนดึกมากก็ตื่นสาย ๆ เป็นการนอนชดเชย ถ้ากลางคืนไม่นอนก็นอนกลางวันทดแทนได้
คัมภีร์ “หวงตี้เน่ยจิง” ซึ่งเป็นคัมภีร์ทางการแพทย์กว่า 2,400 ปี มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการรักษาเมื่อไม่เกิดโรค หรือการดูแลสุขภาพ เพื่อไม่ให้เกิดโรค ได้อธิบายและชี้แนะถึงวิถีแห่งธรรมชาติ ว่า การดำเนินชีวิตจะต้องสอดรับมีจังหวะที่สอดคล้องกัน เป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพและป้องกันไม่ให้เกิดโรค และหนทางสู่การมีอายุที่ยืนยาวปราศจากโรค
การตื่นสายโดยเฉพาะหลัง 09.00 น. ถึงเที่ยงหรือบ่าย จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ดังนี้
1.ขาดการกินอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อหลัก
อาหารมื้อเช้ามีความสำคัญที่สุด ด้านหนึ่งพลังลมปราณของกระเพาะอาหารสูงสุด อาหารมื้อเช้าสามารถย่อยและดูดซึมได้ดีที่สุด และจะส่งต่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในเวลาถัดมาเป็นกระบวนการต่อเนื่อง
ถ้าเปรียบร่างกายเป็นเสมือนโรงงานผลิตสินค้า การพัฒนาเติบโตของกิจการไปข้างหน้าของโรงงานต้องอาศัยการป้อนวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการผลิตจนได้สินค้าออกจำหน่าย เพื่อเกิดรายได้มาหล่อเลี้ยงคนงาน และทุกภาคส่วนของโรงงาน

กระเพาะอาหาร คือ เครื่องจักรในการรับวัตถุดิบ เพื่อนำไปแปรสภาพเป็นทุก ๆ อย่าง ทุกแผนกของโรงงาน ถ้าถึงเวลาที่เครื่องจักรเริ่มทำงานแล้ว ไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้าไปก็จะกระทบกับแผนกงานต่าง ๆ กระทั่งรายได้ของโรงงาน และความดำรงอยู่ของโรงงาน นาน ๆ เข้าก็คือโรงงานจะอยู่ไม่ได้
แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญระบบกระเพาะอาหารและม้าม คือ แหล่งทุนที่สำคัญที่สุดในการสะสมทุน (สารจิง) ทุกคนมีทุนสะสมจากพ่อแม่เรียกว่า จิงของไต แต่ทุนเหล่านี้บางคนอาจได้รับมามาก บางคนรับมาน้อยไม่เท่ากัน จิงจากการแปรเปลี่ยนจากอาหารโดยการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม คือทุนภายหลังที่จะมาเติมเต็มหรือเสริมจิงเดิม (ทุนเดิม) ที่มาจากพ่อแม่
ลองคิดดูหากช่วงเวลา 07.00-09.00 น. ไม่กินอาหาร ในที่สุดกระบวนการสะสมทุน (สารจิง) ในร่างกายก็จะน้อยลง ช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดในการสะสมทุกให้กับร่างกายด้วยการกินอาหาร
การกินอาหารในช่วงเวลานี้ ร่างกายนอกจากจะย่อยดูดซึมดีแล้ว ยังส่งไปหล่อเลี้ยงเครื่องจักรหรืออวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ดีด้วย พลังงานที่ใช้เงินทุนหมุนเวียน หรือสภาพคล่องก็จะดี อาหารตกค้างหรือสะสมจึงมีน้อยและโอกาสที่ทำให้เกิดโรคอ้วนก็มีน้อยเช่นกัน

ในทางตรงข้ามถ้าไปกินมื้อดึกเป็นมื้อหนัก โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืน ด้านหนึ่งร่างกายจะย่อยดูดซึมอาหารไม่ดี อีกด้านหนึ่งอวัยวะต่าง ๆ ต้องการพักผ่อนไม่ต้องการพลังงานจึงเกิดการตกค้างของอาหาร และพลังที่เหลือใช้ก็จะถูกสะสมในร่างกาย เป็นความชื้น เสมหะ หรือไขมันใต้ผิวหนังนำมาซึ่งโรคอ้วน
โบราณกล่าวว่า “ม้าไม่กินหญ้ากลางคืน…ไม่อ้วน”
2.ช่วงเช้าเป็นช่วงที่บรรยากาศเป็นพิษมากที่สุด โดยเฉพาะในห้องนอน
เนื่องจากห้องปิดทึบ ผ่านอากาศที่เย็นเป็นภาวะยิน ทุกอย่างเก็บสะสมรวมตัวสู่เบื้องล่างไม่ว่าจะเป็นฝุ่นมลพิษ ช่วงเช้าต้องปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปทำลาย และเปิดหน้าต่างระบายมลพิษต่าง ๆ ออกจากห้องนอน การนอนหมกอยู่ในห้องนอนที่มีมลพิษช่วงเช้า จะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ ไอ แพ้อากาศ และเกิดการสะสมมลพิษจากการหายใจได้มาก ยิ่งถ้าห้องนอนสกปรก เหม็นอับ อากาศถ่ายเทไม่ดี แสงแดดเข้าไปถึง ทำให้เกิดอาการไม่สบายบ่อย ๆ
ที่กล่าวมานี้เป็นเหตุผลบางประการที่นำมาเล่าสู่กันฟัง พฤติกรรมแบบนี้ของเด็กสมัยใหม่เป็นกันแทบทุกบ้านจนเป็นปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ ส่วนเด็กทั้งหลาย ยามที่ไม่ประสบกับปัญหาสุขภาพ พวกเขาจะยังไม่เข้าใจและยอมรับฟังสักเท่าไร เพราะเพื่อน ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

3.คนที่ทำงานมากจนถึงดึกดื่น ควรจะทำอย่างไร
แนะนำให้นอนก่อนเพื่อเก็บพลัง แล้วตื่นนอนแต่เช้ามาทำงาน สมองจะปลอดโปร่งกว่า คนบางคนกินกาแฟกระตุ้นในช่วงกลางคืน ทำให้ตาสว่างทำงานได้ถึงตี 3-4 หารู้ไม่ว่าเวลาดังกล่าวพลังหยางถูกนำมาใช้ ทั้ง ๆ ที่ยังเก็บสะสมได้ไม่เพียงพอหรือยังไม่ได้สะสมเลย แน่นอนระยะยาวร่างกายต้องเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว
ปัญหาเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ คนเราพยายามเรียนหาความรู้มากมายใส่ตัว เพื่อความเป็นเลิศ แต่ต้องพึงสำนึกว่า แม้จะเก่งยอดเยี่ยมสักปานใด แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี หรือมีปัญหาสุขภาพแล้ว เราจะรู้สึกเสียใจและเสียดาย เพราะเวลาที่ผ่านมาในอดีต เราได้ทำลายตัวเราเองตลอด ถึงตอนนั้น เงินทองที่หามาได้ อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เสียหายไปมากแล้วกลับคืนมาได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน
โดย แพทย์แผนจีน นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล









« PREV
NEXT »

ไม่มีความคิดเห็น